[EGoT] Event 01: The Newest Prisoner

posted on 01 Aug 2013 23:14 by cyanic in EGoT
 
 
EP 1 : Turn 2
 
Event 01
The Newest Prisoner
 
 
============================
 
เชิญอ่านฉบับเต็มได้ >>ที่นี่<<
 
=============================
 
 
 
Winfryd
 
 
 
หมู่บ้านเชิงเขาใกล้กับประตูจันทราเป็นสถานที่ที่วินฟรีดคุ้นเคยดีในระยะสองสามปีมานี้ แม้จะต้องใช้เวลาเต็มวันในการเดินทางลงมาจากเอียรี และอีกวันเต็มๆ ในการกลับขึ้นไป แต่เขาก็ยังพอใจจะแวะเวียนมาเสมอเมื่อมีโอกาส

จุดหมายของเขาไม่ใช่โรงเหล้าเหมือนเช่นคนอื่นๆ หลายคนจากเอียรี เขาไม่ใคร่นิยมรสบาดคอของสุรา ไม่ชอบกลิ่นที่ติดลิ้นติดจมูกแม้ของเหลวที่ใครต่อใครหลงใหลนั้นจะล่วงผ่านลำคอไปแล้ว และที่แย่ที่สุดคือมันมักจะทำให้หัวของเขาร้อนและปวดราวจะระเบิด

เขายอมรับว่าบ่อยครั้งร้านเหล้าก็เป็นแหล่งสืบข่าวคราวที่ดี แต่เขาก็ไม่ไว้ใจผู้คนหรือข่าวสารจากที่แบบนั้นเท่าไรนัก ไม่มีอะไรเป็นความลับในที่แบบนั้น เขาอาจได้สิ่งที่ต้องการ แต่ทุกคำพูด ทุกอากัปกิริยาของเขาก็อาจถูกนำไปบอกหรือขายต่อได้เช่นกัน

และข้อมูลบางอย่าง เขาก็หาได้จากที่ที่ดีกว่านั้น...

บ้านของหมอยาในหมู่บ้านคือสถานที่ที่วินฟรีดมาเยือนเป็นประจำ แม้จะไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย จนคุ้นชินดีกับคำบ่นของเจ้าของบ้านเวลาที่เขาโผล่หัวมานั่งคุยเล่นหรือถามโน่นถามนี่

และเขารู้ว่าถึงเขาจะถามคำถามแปลกๆ เขาก็จะได้คำตอบที่ต้องการในที่สุด


“นี่ มียาพิษที่ทำให้เหมือนป่วย แต่กว่าจะเสียชีวิตก็ใช้เวลาเป็นปีๆ ไหม”

“ถามทำไม”

“ก็เผื่อจะได้เอาไปใช้วางยาใคร แบบไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต”

“มาพูดจาเพ้อเจ้ออยู่แถวนี้ได้ ว่างนักเรอะไง”

วินฟรีดหัวเราะ “ก็ข้าไม่ใช่คนสำคัญอะไร ถึงจะหายหน้าไปสักหลายวันก็อาจจะไม่มีใครสังเกตด้วยซ้ำ”

หมอยาวัยกลางคนหรี่ตามอง “เจ้าจะไปไหน”

“เอาน่า ท่านปิดหูปิดตาไม่ต้องรับรู้เสียบ้างก็ได้นะ” เขาโน้มตัวเข้าไปหาแล้วลดเสียงลง “ข้าไม่ได้เห็นหน้าแม่หญิงคนงามนั่นมาตั้งหลายเดือนแล้ว...”

ชายกลางคนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ทว่าในความหน่ายนั้นก็ไม่ได้มีเค้าเหยียดหยามดูแคลน “นี่ถ้าลอร์ดแอร์ริน...”

“ลอร์ดแอร์รินไม่ว่าหรอก” เขาตัดบท แน่ล่ะ...ก็มันเป็นคำสั่งของลอร์ดอิลเกเอง คำสั่งโดยนัยให้เคลื่อนไหวเงียบๆ สืบที่มาที่ไปของคนรับใช้ที่ไปก่อเหตุล่วงเกินสาวใช้ พ่วงด้วยหาร่องรอยความไม่ชอบมาพากลในการเสียชีวิตของลอร์ดแพดดริก ดอนไนเกอร์ เมื่อหนึ่งปีก่อน

ในทีแรกที่ได้รับคำสั่ง เขาไม่ประหลาดใจนักกับคำสั่งหลัง ลอร์ดแพดดริกขึ้นเป็นผู้นำตระกูลดอนไนเกอร์เมื่อสามปีก่อน แทนที่ลอร์ดอังเดรย์ผู้เป็นพี่ชาย แต่หลังจากเสียชีวิตจากอาการป่วยเรื้อรัง ตำแหน่งผู้นำตระกูลก็ตกสู่ลอร์ดคอลิน บุตรชายของลอร์ดอังเดรย์

ลอร์ดอังเดรย์...ผู้ซึ่งปัจจุบันก็ยังถูกคุมขังอยู่ที่เอียรี หลังจำนนต่อหลักฐานที่มัดตัวแน่นหนาว่าเป็นผู้ว่าจ้างมือสังหารให้กำจัดลอร์ดอิลเก

ที่เขาออกจะรู้สึกผิดคาดกลับเป็นคำสั่งแรก คนรับใช้คนนั้นดูไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากคนรับใช้ธรรมดา ไม่ใช่คนเก่าแก่แต่ก็ไม่ใช่คนรับใช้หน้าใหม่ วินฟรีดเองก็พอจะคุ้นหน้าอยู่ และคดีสาวใช้ในปราสาทถูกล่วงเกินก็ไม่น่าถึงกับเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดที่ลอร์ดแห่งเอียรีต้องสั่งให้มีการสืบเป็นพิเศษ

...ถ้าไม่ใช่ว่าสาวใช้คนนั้นเป็นคนโปรดของเลดี้แอร์ริน

ได้ยินพวกสาวใช้พูดกันว่าท่านหญิงบุกไปหาลอร์ดอิลเกด้วยอาการโกรธจัดจนแทบจะจับโยนลงจากประตูจันทราเสียเดี๋ยวนั้น

...โยนคนรับใช้ผู้ก่อเหตุหรือโยนลอร์ดแอร์ริน เขาก็ฟังไม่ใคร่ถนัด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนลอร์ดอิลเกจะรับปากให้สิทธิ์ขาดในการตัดสินโทษแก่เลดี้อิซาโบ บางทีที่ให้สืบนี้อาจเพื่อหาหลักฐานไปยับยั้งไม่ให้นางสั่งลงโทษรุนแรงเกินไป ...หรือไม่ก็อาจเพื่อจะเตรียมให้คนแจ้งข่าวกับครอบครัวของนักโทษ

เท่าที่ได้ฟังจากคนรับใช้คนอื่นๆ ชายคนนั้นไม่เคยติดพันหรือเกี้ยวพาหญิงคนใด ไม่ว่าจะในปราสาทหรือในหมู่บ้านข้างล่าง บางคนว่าในตอนที่ก่อเหตุกับสาวใช้ของท่านหญิงนั้นเขาอาจจะเมา แต่เมื่อพูดถึงพฤติกรรมการดื่ม ทุกคนก็เห็นตรงกันว่าแม้เขาจะดูไม่ใคร่ชอบดื่มเหล้า แต่หากมีคนชวนดื่มเขาก็ดื่ม และดื่มเก่งทีเดียว ไม่มีใครเคยเห็นเขามีอาการเมามาย

การหาข้อมูลจากบทสนทนาของคนรับใช้ในปราสาทไม่ใช่เรื่องยาก หัวข้อแบบนี้มักเป็นที่ซุบซิบกันอยู่แล้ว และหลายคนก็ประหลาดใจกับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ดูเหมือนโดยปกติแล้วชายผู้นั้นมีอัธยาศัยดี พูดคุยเก่ง ใครชวนไปสังสรรค์ก็มักไม่ขัด หลายคนจึงถูกชะตาอยู่

ยิ่งได้ฟัง วินฟรีดก็ยิ่งรู้สึกถึงบางอย่างที่สะกิดใจ ชายคนนั้นเหมือนจะมีนิสัยเป็นมิตรนิยมคบหาผู้คน แต่กลับไม่สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ

และที่สำคัญ...แม้แต่คนที่รู้จักเขามานานร่วมปี กลับไม่มีใครรู้ถึงเรื่องครอบครัวหรือที่มาที่ไปของเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ภายใต้คราบของคนรับใช้ธรรมดา มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ ...นี่คงเป็นสิ่งที่ลอร์ดอิลเกสังเกตเห็น

เช่นเดียวกับการเสียชีวิตของอดีตผู้นำตระกูลดอนไนเกอร์ เท่าที่เคยได้ยินมา ลอร์ดแพดดริกไม่ได้ป่วยด้วยโรคร้ายแรง แต่อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยธรรมดาเหตุใดจึงเรื้อรังอยู่นานนับปี กว่าจะทรุดหนักและเสียชีวิตในที่สุด

หรือว่ามันอาจมีอะไรไม่ธรรมดา...

“ตกลงว่ามีไหม วิธีวางยาคนให้ดูเหมือนป่วยธรรมดา แต่กลับรักษาไม่หาย จนในที่สุดก็ตายไปเอง”

 
----------
 
 
เมืองหลักในเขตปกครองของตระกูลดอนไนเกอร์ไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ถึงกับเล็กจนทำให้คนต่างถิ่นเป็นที่สะดุดตา

วินฟรีดถามหาหมอยาได้ไม่ยากเย็นนัก หลายปีมานี้ทั้งเมืองมีหมอยาอยู่แค่คนเดียว และนางหมอตำแยอีกคนเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ภายในร้านของหมอยาประจำเมืองจะเต็มไปด้วยคนเจ็บ หมอยาชราเหลือบตามองแค่แวบเดียวเมื่อเขาก้าวเข้าไป

กลิ่นสมุนไพรและเครื่องยาให้ความรู้สึกคุ้นเคย วินฟรีดยืนพิงผนังข้างประตู มองหมอยาดูแลคนไข้ พลางสังเกตผู้คนรอบตัวอยู่เงียบๆ

คนที่มาหาส่วนมากคงจะเป็นคนในเมือง ดูเหมือนหมอยาชราจะจดจำได้เกือบทุกคน และยังถามไถ่ไปถึงครอบครัวของคนเหล่านั้นด้วย บางครั้งก็บ่นคนที่ไม่ดูแลตัวเองตามที่สั่ง

คนแก่ช่างพูด...น่าจะทำให้งานของเขาง่ายขึ้นบ้าง แต่อย่างไรก็ต้องระวัง มีคนอื่นอยู่อีกมาก แม้ว่าแต่ละคนจะดูไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากอาการป่วยไข้ของตน แต่เขาก็จะประมาทไม่ได้


ในที่สุดชายชราก็หันมาทางเขา “เจ้าไม่ใช่คนแถวนี้ล่ะสิ ไม่คุ้นหน้าเลย”

“ข้าแค่ผ่านมาน่ะ” วินฟรีดแทบได้ยินเสียงบิดาคำรามอยู่ในหัว แต่การทำตัวเป็นอัศวินที่ดียึดมั่นในวาจาสัตย์ก็อาจใช้ไม่ได้ในบางสถานการณ์...

หมอยาพยักหน้า พลางกวาดสายตามองเขาอย่างสำรวจ “แล้วเป็นอะไรมา ดูก็ไม่ได้บาดเจ็บนี่”

“ข้ารู้สึกเหมือนมีไข้นิดหน่อย แต่มีธุระร้อนต้องเร่งเดินทาง” อย่างน้อยคราวนี้เขาก็พูดความจริง “ท่านพอจะให้ยาอะไรเพื่อประทังอาการได้หรือไม่”

ยังไม่ทันที่หมอยาจะตอบอะไร เด็กชายคนหนึ่งโผล่เข้ามาพร้อมห่อของขนาดใหญ่ในมือ ชายชราร้องบอกให้วางไว้บนโต๊ะเตี้ยข้างๆ เด็กชายทำตามคำสั่ง และราวจะรู้ว่าวินฟรีดมองอยู่ เด็กชายหันมามองเขาแวบหนึ่ง ฉีกยิ้มกว้างให้ก่อนจะวิ่งกลับออกไป

เขาไม่ได้สนใจเด็กคนนั้นนัก แต่ก็เตือนตัวเองให้ระวังมากขึ้น ขณะเอ่ยเป็นเชิงชวนคุย

“ท่านดูจะรู้จักคนแถวนี้ดี”

“ข้าย่อมต้องรู้จักคนไข้ของข้า ไม่อย่างนั้นจะรักษาได้อย่างไร” หมอยาเริ่มจัดการกับสมุนไพร “ส่วนมากคนที่มาก็คนในเมือง ข้าเห็นหน้ามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าของพวกเด็กเล็กๆ นานๆ ทีถึงจะมีคนต่างถิ่นอย่างเจ้ามาบ้าง”

“คนในเมืองนี้เจ็บป่วยก็ต้องมาหาท่านหมดเลยรึ” เขาถามเรื่อยๆ รักษาท่าทีให้เป็นปกติเหมือนแค่พูดคุยฆ่าเวลาโดยไม่ได้สนใจใคร่รู้เป็นพิเศษ

“ก็มีคนอื่นที่พอรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง อย่างพี่สาวของเด็กคนตะกี้” ชายชราตอบ “แต่ถ้าหนักหนาหน่อยก็ต้องมาหาข้า ไม่แค่คนในเมือง คนจากในปราสาทยังเคยมา อย่างกับว่าข้าคนเดียวจะมีสักสิบมือ”

“คนจากในปราสาท? ที่นั่นน่าจะมีเมสเตอร์อยู่ไม่ใช่หรือ”

“เออ ก็สัก...สองปีก่อนน่าจะได้ เมสเตอร์คนก่อนอยู่ดีๆ ก็ตาย รู้สึกว่าจะประสบอุบัติเหตุ ช่วงนั้นได้ยินว่าลอร์ดดอนไนเกอร์...คนก่อนน่ะนะ ก็ป่วยอยู่ด้วย”

มีการเปลี่ยนตัวเมสเตอร์ในช่วงที่ลอร์ดแพดดริกป่วยอย่างนั้นหรือ...

“ก็วุ่นน่าดูเลยสิ”

“ข้าก็ไม่รู้ละเอียดหรอก แต่เหมือนจะเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา เคยมีคนออกมาซื้อยาแก้ไข้ บอกว่าขอยาที่ดีที่สุด ราคาไม่เกี่ยงเพราะเป็นยาสำหรับท่านลอร์ด แล้วหลังจากนั้นไม่นานเมสเตอร์คนใหม่ก็มา”

“เอ๊ะ แต่ตะกี้ท่านว่าลอร์ดดอนไนเกอร์คนก่อน? หมายความว่าลอร์ดคนนั้นตายไปแล้วรึ” เขาแกล้งถาม

“ตายไปเมื่อปีที่แล้ว เอ้านี่” หมอยาส่งห่อยามาให้

วินฟรีดไม่ได้สนใจฟังคำอธิบายหรือคำแนะนำต่อจากนั้นนัก เขาคุ้นเคยกับยาพวกนี้ดีอยู่แล้ว แต่ในหัวกำลังเร่งคิดหาทางว่าจะถามต่ออย่างไรไม่ให้ดูน่าสงสัย

แล้วเขาก็ตัดสินใจเสี่ยง

“เอ้อ ท่านมีว่านนักบวชไหม”

หมอยาชะงัก คิ้วขมวดจนริ้วรอยบนใบหน้ายิ่งยับย่นกว่าเดิม "เจ้าจะเอาไปทำไม”

“มีคนบอกว่าเป็นยาบำรุงดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ใช่หรือ”

“ก็ใช่ แต่มันค่อนข้างอันตรายอยู่ และราคาก็สูงมาก อีกอย่าง ถ้าเจ้ามีไข้ห้ามใช้เด็ดขาด”

“เปล่าๆ ข้าไม่ได้จะกินเอง ระยะนี้พ่อข้าไม่ค่อยสบาย อ่อนเพลียง่าย ข้าเลยอยากหายาบำรุงไปฝากน่ะ”

ชายชราถอนใจ “ถ้าเจ้าอยากได้ยาบำรุงข้าจัดยาอื่นให้ได้ แต่ที่เจ้าต้องการข้าไม่มีหรอก”

“รบกวนท่านด้วย” วินฟรีดพยักหน้ารับเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต “ปกติไม่ค่อยมีใครใช้ยานี้หรือ ท่านถึงไม่มี”

“ว่านนักบวชเป็นพืชมีพิษ จะนำมาใช้เป็นยาต้องขจัดพิษออกก่อน ถึงจะให้ผลแรง ช่วยฟื้นกำลังได้ดีจริงแต่ก็อันตรายหากใช้ในปริมาณมาก แล้วก็อย่างที่ข้าบอก มันแพง ไม่มีคนมาถามหามันกับข้ามาเป็นปีแล้ว” หมอยาชรานิ่งไปนิดก่อนจะกล่าวต่อ “จะว่าไปสักสองสามปีก่อนก็มีคนมาหาซื้อ ยืนกรานว่าต้องการแต่ว่านนักบวชเท่านั้น ราคาเท่าไรไม่เกี่ยง พอข้าบอกว่าไม่มีเขาก็ไป”

“ราคาเท่าไรไม่เกี่ยง? ยาอื่นก็ไม่เอางั้นรึ ดูท่าจะเป็นคนมีเงินนะ” เขาแสร้งหัวเราะเหมือนเห็นเป็นเรื่องขัน

“อืม...ข้าไม่รู้จักเขาหรอก ไม่ค่อยเห็นมาแถวนี้ แต่ก็พอจำหน้าได้ ดูเหมือนว่าจะเป็นคนในปราสาทน่ะ”



เมื่อออกจากร้านของหมอยานั้น วินฟรีดก็ค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าเบื้องหลังการเสียชีวิตของลอร์ดแพดดริก ดอนไนเกอร์ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล และยังการตายของเมสเตอร์ในช่วงเวลาประจวบเหมาะ เมสเตอร์คนนั้นรู้เห็นอะไรหรือไม่ หรือเพียงแต่ไปขวางทางแผนการของใครบางคนเข้า

มีคนจากในปราสาทต้องการหาว่านนักบวช ซึงโดยทั่วไปรู้จักว่าเป็นยาบำรุงกำลัง หากนำไปให้ลอร์ดแพดดริกซึ่งมีอาการป่วยเรื้อรังกินก็อาจไม่เป็นที่สงสัย แต่ลอร์ดแพดดริกมีอาการไข้ ว่านนักบวชจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น แทนที่จะช่วยฟื้นกำลังกลับจะทำให้อาการทรุดหนัก และถ้ากินติดต่อกันเป็นเวลานานก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้โดยที่ไม่มีร่องรอยการใช้ ยาพิษ เลย

แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใครคนนั้นต้องการว่านนักบวชไปใช้กับลอร์ดแพดดริกจริง และที่สำคัญ หมอยาคนเดียวในเมืองนี้ก็ไม่มีสมุนไพรนี้ หรือถึงคนผู้นั้นจะหามันได้จากที่อื่น การจะซื้อเป็นจำนวนมากก็ย่อมเป็นที่ผิดสังเกต เพราะผู้ที่รู้จักยาตัวนี้ก็ย่อมรู้ว่าหากใช้ในปริมาณมากหรือระยะเวลาติดต่อกันนานๆ จะเป็นอันตราย

ถ้าหากมีคนต้องการสังหารลอร์ดแพดดริกด้วยวิธีนี้ ก็แสดงว่าต้องการให้แผนการเป็นไปอย่างช้าๆ และแนบเนียน หากจะทำเรื่องผิดสังเกตเช่นหาซื้อว่านนักบวชในปริมาณมาก ก็มิสู้ใช้ยาพิษทั่วไปเลยจะไม่ง่ายกว่าหรือ

เหมือนกับจะนึกออก แต่ก็ไม่กระจ่าง

และไหนจะยังมีเรื่องของนักโทษคดีข่มเหงสาวใช้อีก

วินฟรีดถอนใจ หรือเขาควรจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ถึงอย่างไรก็เป็นคดีเก่าตั้งเป็นปีมาแล้ว กรณีนักโทษคนใหม่น่าจะเร่งด่วนกว่า การล่วงเกินสาวใช้ไม่ใช่คดีซับซ้อนที่จะยืดเวลาได้นานนัก หากนักโทษมีเบื้องหลังอะไรเขาก็ต้องสืบให้รู้ชัดโดยเร็วที่สุด


ในตอนนั้นเอง...ที่วินฟรีดแน่ใจว่ามีคนตามเขามา

น่าจะตามมาตั้งแต่เขาออกจากร้านของหมอยา แต่อย่างน้อยถ้าเขารู้ตัวได้ ก็เป็นไปได้ว่าฝ่ายตรงข้ามอาจไม่ใช่มือสังหารที่ผ่านการฝึกฝนจนเร้นร่องรอยตนได้มิดชิด

หรือไม่...ก็จงใจให้เขารู้

วินฟรีดนึกคำนวณหาทางหนีทีไล่พลางสบถกับตัวเองในใจ เขาไม่คุ้นสถานที่ ไม่เชี่ยวชาญเส้นทางในละแวกนี้ ซ้ำอาการไข้ต่ำๆ ยังทำให้สมองตื้อตัน

เขาแตะด้ามดาบที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุม ได้แต่หวังว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้ ขณะสูดลมหายใจลึกแล้วหันกลับไปเผชิญหน้า

เด็ก...

เด็กชายวัยคงไม่เกินสิบปี ตัวผอมแห้ง สวมเสื้อผ้าเก่าขาด ดูไม่น่ามีพิษภัย แต่วินฟรีดก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลง เขามองหน้าเด็กชายอีกครั้งก็จำได้ว่าเป็นเด็กที่เอาของไปส่งให้หมอยาเมื่อสักครู่นั่นเอง

ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัวหรือเอ่ยถาม เด็กชายก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

“ท่านต้องการว่านนักบวชหรือ จ่ายให้ข้าสิ แล้วข้าจะหามาให้ท่าน”

 


 

 

 


=============================

 

 

 

 

โจทย์  -  มีนักโทษใหม่เข้ามาที่คุกอากาศ และมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาที่สะกิดใจท่าน ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านจะทำอย่างไร

ตอบ 2. พยายามสืบค้นเบื้องหลังของนักโทษคนนี้

ผลลัพธ์: Merit -5, Money -150


Comment

Comment:

Tweet

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 10,278 ตัว
รวมทั้งหมด 10278/7 = 1468.29
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 500

#3 By EGoT on 2013-08-15 21:12

@lilz หือ? เลวินคือใครนะ...

#2 By cyanic on 2013-08-03 05:03

ฮูฮาว่านนักบวช

ถึงจะหายหน้าไปสักหลายวันก็อาจจะไม่มีใครสังเกตด้วยซ้ำ
^
^
นายเป็นเลวินสองหรือ วินฟรีด.....

/โดนพี่เป้ตบดับ

#1 By Lil'z on 2013-08-02 15:10