หลังจากที่แกะกล่อง Amazon Kindle ไปเมื่อปีที่แล้ว...
 
มันคืออะไรยังไง ไปอ่านได้ในเอนทรี่ตามลิงค์ด้านบน
 
 
 
ก็มีความสุขแฮปปี้หลั่นล้ากับมันดี จนกระทั่งปลายปีที่ผ่านมา อเมซอนก็ประกาศเปิดตัว Kindle Paperwhtie รุ่นใหม่ ที่ด้านฮาร์ดแวร์เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก คือปรับปรุงหน้าจอให้กระจายแสงสม่ำเสมอขึ้น และการประมวลผลเร็วขึ้นนิดหน่อย
 
ส่วนในด้านซอฟท์แวร์ก็เพิ่มลูกเล่นอะไรใหม่ๆ เข้ามาพอสมควร เช่น ระบบพลิกหน้าย้อนไปย้อนมาที่มันจะเปิดหน้าต่างย่อยซ้อนขึ้นมา อย่างเวลาอยากย้อนไปดูบทก่อนหน้า ก็เปิดย้อนไปในหน้าต่างซ้อน เสร็จแล้วก็ปิดหน้าต่างนี่ทิ้งไป แล้วก็อ่านต่อได้เลยไม่ต้องพลิกกลับมาอีกรอบ หรือระบบ X-Ray ที่เหมาะกับการอ่านพวกมหากาพย์ที่ชื่อตัวละครมหาศาล อ่านๆ ไปชักลืมว่าหมอนี่มันใครกันหว่า พอจิ้มชื่อตัวละครมันก็จะมีคำอธิบายย่อๆ ขึ้นมาให้ (ฟังก์ชั่นนี้มีกับหนังสือบางเล่มเท่านั้น ไม่ได้มีทุกเล่ม)
 
อ่านแล้วมันก็ช่างอื้อหืออู้หูวแจ่มเจิดมากมาย
 
แต่คือ... ก็มีอยู่เครื่องนึงแล้วไง เพิ่งซื้อมาไม่ถึงปีด้วย
 
ก็ไล่อ่านรีวิว ซึ่งตอนนั้นในเยอรมันก็ยังไม่ขาย ก็อ่านรีวิวจากทางฝั่งอเมริกาก่อน ซึ่งความเห็นคำแนะนำของพวกที่มารีวิวก็ค่อนข้างจะไปในทางเดียวกัน คือถ้าคุณมี Kindle Paperwhite รุ่นก่อนอยู่แล้วก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ถ้าจะอัพเกรดเป็นตัวนี้ มันดีกว่าอย่างชัดเจนก็จริง แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้น เว้นแต่ว่าคุณจะมีเงินและต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง หรือเป็นแฟนพันธุ์แท้อเมซอนคินเดิลอะไรเทือกนั้น
 
แต่ถ้ามีคินเดิลรุ่นก่อนๆ หน้านั้น หรือกำลังจะหา e-reader เครื่องแรก ทุกคนก็บอก ซื้อเหอะ คุ้มแน่
 
 
สุดท้ายก็เลยตัดสินใจซื้อ เหตุผลหนึ่งก็คือคาดว่าจะอยู่เยอรมันเป็นปีสุดท้ายแล้วด้วยแหละ ซื้อที่นี่มันสะดวกกว่าและคุ้มกว่าในหลายๆ แง่ แต่เนื่องจากมีเครื่องเดิมอยู่แล้วก็เลยไม่รีบร้อน ก็นั่งรอมันลด พอดีช่วงนั้นปลายปีแล้ว ก็รอดูเผื่อช่วงคริสต์มาสมันจะลด (แต่ก็คิดว่าโอกาสเป็นไปได้น้อย เพราะของเพิ่งออกใหม่ ไม่น่ารีบลดตั้งแต่คริสต์มาส แล้วมันก็ไม่ลดจริงๆ มีลดแต่ Kindle Fire)
 
จากประสบการณ์ของน้องคนหนึ่งที่ซื้อคินเดิลเปเปอร์ไวท์เมื่อประมาณเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งหลังจากซื้อมาไม่ทันไร กลิ่นกล่องยังไม่ทันจาง อเมซอนก็ลดเฉย สร้างความแค้นเคืองเป็นอย่างยิ่ง คุณน้องเธอก็ถึงกับส่งคืนแล้วสั่งใหม่ เราก็เลยรอดูต่อไป คิดว่าปีนี้ก็น่าจะมีช่วงลดเหมือนกัน
 
 
 
แล้วมันก็มา...
 
 
เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา เข้าไปส่องเว็บอเมซอนตามปกติที่ทำอยู่เป็นประจำ ก็เจอประกาศลด จาก 129 ยูโรเหลือ 99 ยูโร แค่อาทิตย์เดียว ถึงวันจันทร์หน้าเท่านั้น!
 
ก็จะรอช้าอยู่ไย กดสั่งไปทันใด
 
อเมซอนก็รวดเร็วเช่นเคย สั่งตอนเย็นๆ ค่ำๆ วันอังคาร เช้าวันพฤหัสของมาส่งถึงหน้าประตูบ้าน
 
 
ตะแต๊นนนนน
 
 
คราวนี้สั่งแต่ Kindle ก็ส่งมาแบบกล่อง Kindle ลุ่นๆ เลย ไม่มีกล่องชั้นนอกให้สิ้นเปลืองทรัพยากร ดีนะเป็น DHL ถ้าเป็นไปรษณีย์ไทยเล่นส่งแบบนี้ก็ไม่อยากจะจินตนาการถึงสภาพภายใน...
 
แต่ด้วยคุณภาพของ DHL น้องคินเดิลจึงมาถึงอย่างปลอดภัยไม่มีอะไรบุบสลาย
 
เปิดกล่องมาก็...เหมือนเดิมแหละ ไปดูเอนทรี่ด้านบนได้
 
 
เอามาวางเทียบกับตัวเก่า
 
ด้านหน้า
 
 
 
ด้านหลัง
 
Paperwhite จะใหญ่กว่านิดดดดดดดหน่อย แบบถ้าไม่วางเทียบกันก็ไม่รู้สึกถึงความต่าง ขนาดหน้าจอเท่ากันคือ 6 นิ้ว ซึ่งเรียกว่าเป็นมาตรฐานของพวก e-reader จะของ Sony หรือ Kobo หรืออะไรก็เท่ากันหมด
 
โลโก้ด้านหลังของ Paperwhite 2013 จะเป็นโลโก้อเมซอนสีดำวาวๆ ต่างจาก Paperwhite 2012 รุ่นแรกที่จะเป็นโลโก้ Kindle สลักลงไป
 
น้ำหนักของ Paperwhite หนักกว่าเจ้า Kindle แบบเบสิคอย่างรู้สึกได้ชัดตั้งแต่หยิบครั้งแรกโดยไม่ต้องถือเทียบกันเลย แต่ก็ไม่ได้หนักจนถือลำบากแต่อย่างใด ก็ยังถืออ่านด้วยมือเดียวได้สบายๆ (คินเดิลตัวเก่ามันบางเบาแบบอเมซซิ่ง)
 
 
 
ลองเปิดเทียบกันบ้าง
 
 
ทางขวาคือ Kindle Paperwhite ที่เปิดไฟระดับต่ำสุด หรือเรียกได้ว่าไม่เปิดไฟนั่นแหละ แต่ความจริงคือถึงจะระดับต่ำสุด แต่ถ้าส่องลงไปก็จะเห็นว่าไฟยังติดอยู่ เห็นเป็นจุด 4 จุดที่ด้านใต้ของจอ (คือต้องส่องแบบมองลงไปในแนวตั้งนะ ถ้าถือแบบปกติก็จะไม่เห็น)
 
 
ในรูปทางขวาอาจจะดูสว่างกว่าเล็กน้อย นั่นไม่ใช่แสงจากตัวเครื่อง แต่เป็นแสงจากหน้าต่างน่ะ...
 
 
ลองเปิดไฟเทียบบ้าง
 
 
ลองเปิดแบบสว่างสุด ในรูปดูไม่ต่างกันมาก แต่ของจริงนี่ต่างกันชัดเจน
 
 
ที่จริงมีรูปที่ถ่ายเปรียบเทียบกันในสภาพห้องที่มืดๆ ด้วย แต่เนื่องจาก...กล้องไม่ได้ปรับแสง รูปออกมาเลยไม่ค่อยตรงกับความจริง บอกอะไรไม่ได้เท่าไหร่  Foot in mouth
 
 
อันนี้หน้าจอของ Kindle Paperwhite ที่เปิดไฟระดับกลางๆ ในห้องที่ค่อนข้างมืด
 
 
จากรูปก็จะพอเห็นค่อนข้างชัดอยู่ว่าบริเวณขอบล่างดูมีจุดที่สว่างกว่า แต่ของจริงจะเห็นไม่ชัดเท่านี้ คือแสงมันก็ยังไม่ได้สม่ำเสมอ 100% แต่ถ้าไม่ไปนั่งจ้องมันก็เรียกว่าไม่รู้สึก ไม่ได้รบกวนการอ่าน ที่จริงอาจจะเรียกได้ว่าโคมไฟหัวเตียงแบบกิ๊กก๊อกๆ ยังให้แสงแย่กว่านี้เลยด้วยซ้ำ
 
 
เดี๋ยวเอนทรี่หน้าจะมารีวิวเปรียบเทียบการใช้งานระหว่างสองเครื่องนี้นะจ๊ะ ♥
 

Comment

Comment:

Tweet

โดยส่วนตัวชอบ Kindle นะ เพราะสร้างมาเพื่ออาจหนังสือโดยเฉพาะ ดีกว่าใช้ Tablet อ่านเป็นไหนๆ สบายตากว่าเยอะ

#2 By น้องดูดี-อูคูเลเล่ (124.120.29.233|124.120.29.233) on 2014-07-06 23:06

#1 By (182.52.224.153|182.52.224.153) on 2014-04-03 04:57